ภาพอะนิเมชั่นคุ้นตา ต้นฉบับจากเรื่อง เรือดำน้ำสีเหลือง
ตอนผมสองขวบกว่าๆ วง “The Beatles” ก็ประกาศยุบวง อัลบั้มสุดท้ายที่สมาชิกทั้งสี่คนเข้าทำการบันทึกเสียงคือ อัลบั้ม “Abbey Road,” โดยมีเพลง "I Want You (She's So Heavy)" เป็นเพลงสุดท้ายที่มากันครบ..จอห์น เลนนอนประกาศออกจากวงเดือนกันยาปี 1969 แต่ปิดข่าวเนื่องจากยังต้องมีเรื่องสะสางทางกฎหมาย ส่วนพอล แมคคาร์ทนี่ ประกาศออกเมื่อมกราคมปี 1970..วงถึงจุดอิ่มตัวหลังจากโลดแล่นในทศวรรษที่หกสิบมาเต็มสิบปีพอดี…
บีทเทิลส์ เป็นวงที่กำเนิดจากประเทศอังกฤษ มีสมาชิกสี่คน คือ จอห์น เลนนอน พอล แมคคาร์ทนี่ย์ จอร์จ แฮริสัน และ ริงโก้ สตาร์ (ช่วงแรกๆ ไม่ใช่คนนี้ แต่มือกลองคนแรกไปเอาดีทางเขียนภาพ) ตั้งวงครั้งแรกปี 1960 จริงๆไม่ใช่สิ ต้องบอกว่า ดังครั้งแรกในนาม เดอะบีทเทิลล์ ในปีนั้น ก่อนหน้านั้น สมาชิกต่างก็มีวงดนตรีอื่นมาก่อนแล้ว สลับไปสลับมา จนมาเป็นวงเดอะบีทเทิลส์
จอห์นเลนนอน เคยให้สัมภาษณ์ในปี 1964 เกี่ยวกับชื่อวง ไว้ว่า “ ผมอยากได้ชื่ออย่าง “คริกเกต” ซึ่งมีได้สองนัยยะความหมาย..คือเป็นทั้งแมลง และ กีฬา แล้วผมก็นึกถึงคำว่า Beatles ซึ่งมันก็เหมาะเหม็งทีเดียว ผมใช้คำสะกดว่า Bea แทนที่จะเป็น Bee เพราะถ้าใช้ Bee มันก็ไม่ได้สองความหมายอย่างทีต้องการนะครับ ผมก็เลยเปลี่ยนเป็น B-e-a แทนซะ…ที่ว่าสองความหมายก็คือ มันสื่อถึง เต่าทอง (Beetles) ซึ่งเป็นชื่อแมลง และยัง สื่อถึง Beat ซึ่งเป็นนัยยะ ของเพลงประเภท Beat Music” * ยังมีอีกกลุ่มที่เป็นนักเขียน ที่เรียกตัวเองว่า Beat ด้วย
เมื่อสี่เต่าทองโลดเต้น
แต่ก่อนหน้าที่จะมาลงเอยที่ชื่อวงนี้ พวกเขาผ่านการล้มลุกคลุกคลาน (แม้ไม่พร้อมกันทั้งสี่คนในวงเดียวกันก็ตาม) มาหลายวงแล้ว ดูตัวอย่างชื่อวงของเขาก่อนที่จะดังไปทั้งโลก
1957, "The Black Jacks." John Lennon and his best friend from high school, Pete Shotten.
1957, "The Quarry Men," John Lennon,Pete Shotten, Rod Davis,Eric Griffiths, Colin Hanton
1957, "The Quarry Men" John Lennon, Paul McCartney, Eric Griffiths, Len Garry and Colin Hanton
1958. "The Quarry Men" John Lennon, Paul McCartney, George harrison, Len Garry and Colin Hanton
1959, "Johnny and the Moondogs." John, Paul, George, Colin Hanton, and John Lowe.
1960 "The Nerk Twins." John, Paul / Friends
1960 "The Beatals." John, Paul, George, and John's friend Stuart Sutcliffe.
1960, "The Silver Beetles." John, Paul, George, Sutcliffe.
1960, "The Silver Beats." John, Paul, George, Sutcliffe
June 1960 to "The Beatles," John, Paul, George, Sutcliffe
July 1960, "The Silver Beatles." John, Paul, George, Sutcliffe
August 16, 1960, "The Beatles," John, Paul, George, Sutcliffe
*ที่มา คัดย่อมาจากเนต
กับยอดนักชก แคสเซียส เคลย์ ฟุตเวิร์กผีเสื้อ ต่อยเจ็บเหมือนผึ้ง
เพลงบีทเทิลล์ นั่นคลั่งไปทั่วโลก และยังคงมีแฟนเหนียวแน่นมาจนบัดนี้แม้ล่วงผ่านมาสามสิบสี่สิบปีแล้ว ปัจจุบันแม้กระทั่งวัยรุ่นอายุน้อยกว่า วง ก็ยังตามฟังกันเป็นเรื่องเป็นราว เพลงต้องมีดีไรมั่งนะ ไม่งั้นไม่ฟังมายาวนานหรอก ผมก็เป็นคนที่ฟังบีทเทิลส์มาตั้งแต่เด็ก ฟังเพราะพี่ๆฟังกัน เราก็ตามฟังกับเขาด้วย สมัยก่อนไม่รู้จักวงดนตรีไทย ฟังแต่สากลเป็นหลัก และก็บีทเทิลส์นี้แหละที่ทำให้สนใจภาษาอังกฤษ เพราะอยากเข้าใจว่าเนื้อเพลงมันร้องว่าอย่างไร แปลว่าอะไร จำได้ว่า มีวิทยุเครื่องหนึ่ง โซนี่ เปิดเพลงบีทเทิลส์ ซ้ำๆ กรอไปกรอมา เพื่อจะจดเนื้อเพลงออกมา ตอนนั้นพี่ชายอีกคนก็เล่นด้วย เป็นการฝึกการฟัง และ ศัพท์ได้อย่างวิเศษ (คือสนุก) เนื้อเพลงไม่ยาก ใช้คำบ้านๆ ฟังง่าย และจังหวะก็เพราะ ผมว่า เพลงบีทเทิลส์นี้ฟังง่าย แต่ไม่โหลนะ ฟังได้นาน…
จุดเด่นของวงนี้มีหลายอย่าง เสียงร้องของ พอล และ จอห์น นั้นก็เป็นเอกลักษณ์มาก เสียงไม่ได้ดีมาก แต่ เป็นโทนที่ฟังแล้วสบายหู แถมมี จอห์น เลนนอน ประพันธ์เนื้อ และ ทำนอง ร่วมกันหลายเพลง ทำให้ มีกลิ่น ความเป็นปรัชญาในเนื่อเพลงมากพอดู
The love you take
Is equal to the love you make.
"take these broken wings and learn to fly"
blackbird
When I find myself in times of trouble
Mother Mary comes to me
Speaking words of wisdom, let it be.
Let It Be
บีทเทิลส์ยุคแรก
สมัยเล่นที่เยอรมัน
He's a real Nowhere Man, Sitting in his Nowhere Land,
Making all his nowhere plans for nobody.
Doesn't have a point of view, Knows not where he's going to,
Isn't he a bit like you and me?
Nowhere Man
Oh I get by with a little help from my friends,
Mm, I get high with a little help from my friends.
With a Little Help from My Friends
Woodstock
When I get older losing my hair many years from now,
Will you still be sending me a Valentine, birthday greetings, bottle of wine?
If I'd been out till quarter to three would you lock the door?
Will you still need me, will you still feed me,
When I'm sixty-four?
When I'm Sixty-four
Picture yourself with a boat on a river with tangerine trees and marmalade skies.
Somebody calls you, you answer quite slowly a girl with kaleidoscope eyes.
Lucy in the Sky with Diamonds
อัลบั้มนี้มีคนคิดพิเรนทร์ว่า เดอะบีทเทิลส์ ซ่อนนัยยะ ชื่ออัลบั้ม เป็นชื่อยาเสพติดหลอนชนิดหนึ่ง LSD ซึ่ง เขาก็ออกมาปฎิเสธ
She's leaving home after living alone for so many years.
The Beatles: John Lennon, Paul McCartney
She's Leaving Home
“Who knows how long I've loved you, you know I love you still. Will I wait a lonely lifetime? If you want me to I will.”
I will
กับ ซัลวาดอร์ ดาลี ราชาเซอเรียล
ในความเห็นเสี่ยวๆของผมนั้น เหตุที่วงเดอะบีทเทิลส์ ดังได้นาน มาตลอด เพราะพวกเขาไม่ย่ำซ้ำรอยเดิมของตัวเอง อาจกล่าวได้ว่า ช่วงปีสองปีแรก เป็นช่วงที่พวกเขาโด่งดังมากที่สุด เพลงในยุคแรกนั้น เป็นเพลงสั้นๆ มีเนื้อหาวนอยู่กับเรื่องรักๆใคร่ ทำนองไม่ซับซ้อน เป็นร๊อคแอนด์โรลที่ย้งอิงกลิ่นอายเพลงของรุ่นพี่..She Loves You (Please, Please Me 1963) All My Loving (With The Beatles 1963)
ยุคต่อมาอาจเรียกได้ว่า เป็นยุคดนตรีแบบที่ซับซ้อนมากขึ้น คือหลังปี 1965 ไปแล้ว..ในช่วงนั้น เขาเริ่มเปลี่ยนแนวเพลงจาก ง่ายๆ ฟังติดหู เป็นเพลงที่มีโครงสร้างซับซ้อนขึ้น เนื้อหาก็ขยับไปสู่สิ่งอื่นๆมากกว่าแค่ความรัก เพลงที่ชอบก็เช่น Eleanor Rigby (Revolver 1966), Strawberry Fields Forever (Magical Mystery Tour 1967), In My Life (Rubber Soul 1965), All You Need Is Love (Yellow Submarine 1967), I Am The Walrus (Magical Mystery Tour 1967), Drive My Car (Rubber Soul 1965), Eight Days A Week (Beatles for Sale 1964), Yesterday (Magical Mystery Tour 1967)
จอร์จ แฮรีสันกับระวี แชงกา
ในปี1968 เดอะบีทเทิลส์ ไปพำนักกับกูรูชื่อดังในอินเดียนานถึงสามเดือน พวกเขาศรัทธา Maharshi นี้มาก แต่ภายหลังก็เกิดขัดแย้งกัน คล้ายๆทำนองว่า กูรูนี้ไม่ได้เป็นอย่างที่ตัวเองสอนคนอื่น (ซึ่งผมไม่ค่อยเชื่อเดอะบีทเทิลส์ในแง่นี้นัก น่าจะเป็นเรื่องการตลาดมากกว่า ต้องการสลัดภาพที่ว่า เป็นฮิปปี้ ไม่สนใจศาสนาคริสต์) ในยุคนี้เองเป็นช่วงที่ผมคิดว่างานของวงขึ้นถึงจุดสุดยอด เป็นการเชื่อมต่อจากยุคที่สอง ที่มีเพลงซับซ้อน เข้าสู่ยุคท้าย คือยุคที่เขาทำงานในห้องอัดอย่างเอาจริงเอาจัง มีการใช้เทคนิคทางเสียง และ ความแม่นยำของดนตรีมากกว่าเดิม สำหรับในยุคนี้ผมชอบ With A Little Help From My Friends (Sgt. Pepper 1967), A Day In The Life (Sgt. Pepper 1967)Hey Jude (Hey Jude 1968)
กับ Maharshi
เดอะบีทเทิลล์แตกวงในปี 1969 แต่ไม่ประกาศจนปีรุ่งขี้น ในช่วงก่อนวงแตกนี้ มีงานหลายเพลงที่ผมติดใจเช่น Come Together (Abbey Road 1969Let It Be (Let It Be 1970) Here Comes The Sun (Abbey Road 1969) งานอัลบั้มชิ้นสุดท้ายคือ The abbey road การแสดงสดสุดท้าย เป็นการแสดงบนอาคารของสตูดิโอ แอปปเปิล ที่เป็นอาคารห้องบันทึกเสียงของวง
แสดงสดครั้งสุดท้ายพร้อมหน้า บนตึกแอปเปิล
ยอดขายรวมกันของเดอะบีทเทิลส์ มีมากว่า 166 ล้านแผ่น เฉพาะในอเมริกา วงเขามีเพลงที่ติดอันดับดีที่สุดตลอดการถึง สี่เพลงในสิบอันดับแรก (จัดโดยนิตยสาร Rooling Stone)
แม้ว่าวงจะหยุดไปนานกว่าสามสิบปีแล้ว แต่เดอะบีทเทิลส์ ก็ไม่ได้ทำเพลงเป็นดิจิตัลออกมาเลย มีเพียงอัลบั้ม หรือ สองอัลบั้ม ไม่นานมานี้ ที่ถูกรีมาสเตอร์ใหม่ และ เมื่อออกขาย ก็ขายดิบขายดีได้อีก เช่น อัลบั้ม “1” ซึ่งนำเอาเพลงที่ขึ้นอันดับหนึ่งมารวมกัน เมื่อออกขาย (เข้าใจว่าไม่เกินสิบปีมานี้) ก็ทำยอดได้ถึง 28 ล้านแผ่นทีเดียว
ดังนั้น วงการวิดิโอเกมส์จึงสนใจกับการนำ วงมาทำเป็นเกม อย่างที เกมอื่นๆนำร่องประสพความสำเร็จมาแล้วเช่น Guitar Hero คนทั้งวงการพยายามจีบให้เดอะบีทเทิลส์ยอมเซ้นสัญญา แต่ก็ไม่ประสพผล แม้กระทั้ง แอปเปิล ของ สตีฟ จ๊อป หรือ ไมโครซอฟฟ์ก็ก็ยังไม่สามารถโน้มน้าวได้
ล้อเลียนภาพปกแผ่นเสียง
ปกแผ่นเสียงชุดที่เปลี่ยนแนว Revolver
แต่ในปี 2006 MTV โดยนาย ทอฟเลอร์ เจ้าของผู้ก่อตั้ง MTV ได้จ้างบริษัท Harmonix (ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำเกมส์ กีต้าร์ฮีโร่ประสพความสำเร็จ) เพื่อเริ่มศึกษา โมเดล เดอะบีทเทิลส์ให้เป็นวีดีโอเกมส์ที่สุดยอดกว่าเดิม ด้วยความบังเอิญ ความไปรู้ถึง ลูกชายของจอร์จแฮริสัน และ เขาก็มีใจด้วย ทอฟเลอร์จึงเริ่มพูดคุยกับลูกชายของ จอร์จ แฮริสัน ถึงการนำเอาบีทเทิลส์ มาทำเพลงเป็นดิจิตัลประกอบสำหรับเกมส์ หลังจากการ การล้อบบี้ของ แฮริสัน ต่อ บรรดา คนที่ถือลิขสิทธิ์ เป็นเวลายาวนาน นั่นคือ พอล แมคคาร์ทนี่ย์ โอโนะ สตารร์ MTV ก็ได้ไฟเขียวให้นำเอาเพลงห้าเพลง จากคลังบันทึกของเดอะบีทเทิลส์ มาแปลงเป็นดิจิตัล และ ทำโมเดลเกมส์ เพื่อทำเป็นตัวอย่างให้ แมคคาร์ทนี่ย์ดู
สองปีต่อมาเมื่อการพรีเซนต์เดโมเกมส์ ได้รับการยอมรับ จากเดอะบีทเทิลส์ ซึ่งว่ากันว่า เป็นเดโมที่น่าประทับใจมาก และ ด้วยข้อเสนอที่ให้ ผลตอบแทนที่มหาศาลมาก และยังเป็นการต่ออายุ เพลงเดอะบีทเทิลส์ ให้คนรุ่นใหม่ได้อีก อีกทั้งเพลงดิจิตัลในเกมส์ ก็ไม่สามารถแพร่ ก๊อปปี้ได้ในรูปแบบ เอมพีสาม แต่ต้องดาวน์โหลดผ่านเกมส์คอนโซลเท่านั้น เรียกว่ามีการควบคุมการแพร่ะได้ พอลแมคคาร์ทนี่ย และพวกจึงยอมเซ้นสัญญาในที่สุด MTVก็เร่งทำเกมส์นี้ออกมา จนบัดนี้ เมื่อไม่นานมานี้ คือ เก้ากันยา ปีนี้ ก็ได้ฤกษ์วางขายเรียบร้อยแล้ว
ภาพจากหนังตัวอย่างเกม ร๊อคแบนด์..
และผลก็คือเกมส์ The Rock Band : The Beatles !! มีเพลงประกอบรวม 45 เพลง และยอดขายก็ดิบดี และฮิตมาก
นับเป็นการรวมวงที่น่าพิศดารดีนะครับ
http://www.thebeatlesrockband.com/
http://www.youtube.com/watch?v=bpBDOolcs9g
http://www.youtube.com/watch?v=hSLLxRmR3nY