Strange Loop's profileI am a Strange LoopPhotosBlogListsMore Tools Help

I am a Strange Loop

pooL egnartS a ma I Lopp

Listen to the noise

เจอนี่ ที่นั่น จึงเอามาฝาก

กล่องนี้จะไว้เก็บลิงค์ที่ผมไปบ่อยๆ

ผู้ที่สนใจภาพถ่าย เชิญแวะชมห้องภาพ Alan The Lamb กับภาพสวยๆได้ครับ
ผู้ที่สนใจภาพถ่าย เชิญแวะชมห้องภาพ Strange Loop ได้ครับ
November 02

ไม่ต้องกลัวตก เพราะในที่สุดย่อมถึงก้นบึ้ง มีแต่พุ่งขึ้น

(มันมากับไข้)

 

เหงาให้มันมากๆเข้าไว้ หากไม่อยากเหงา

อยากอิ่ม จงหิวให้หนัก ให้นาน ให้ต่อเนื่อง หิวให้สุด

อยากง่วง จงนอน นอน และนอนให้มันตายไปข้างหนึ่ง

ไม่อยากตก จงอย่ากลัวที่จะตก

*********************

คนเราเป็นอย่างนั้นได้ไม่ตลอด

เมื่อตกถึงก้นบึ้งแล้ว

จะตกไปไหนได้อีก

มีแต่พุ่งขึ้นได้เท่านั้น

*********************

อยากมีคนเข้าใจ จงเข้าใจคน

อยากมีคนรัก จงรักคน

อยากหนักแน่น อย่าพิรี้พิไร

อยากจะไป อย่าหยุดนานๆ

*********************

Yes , สวัสดี

เกิดอะไรขึ้น เมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้น

What happens when nothing happens? (อ่านมาจากหนังสือ A Secret Pulse of Time)

16 กรกฎาคม 2505 นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส นาย Michel Siffre มีคำถามนี้ในหัว และเขาพยายามค้นหาคำตอบ ด้วยวิธีของเขาเอง อิงกับหลักวิทยาศาสตร์ที่เขารู้จัก เขาเดินทางดำดิ่งลงไปในถ้ำลึกใต้เทือกเขาแอลป์ และใช้ชีวิตในความมืดใต้ดินที่มีความลึกเป็นร้อยเมตร เขาไม่ได้นำทั้งนาฬิกา และ สิ่งบอกเวลาอื่นใดลงไปด้วย เขาเตรียมสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีพลงไป เช่น เตนท์ อาหาร และ ไฟฉาย (ที่ใช้เฉพาะตอนจดบันทึกและเมื่อต้องเดินไปมาในถ้ำ) ไฟที่ใช้มีค่าใช้จ่ายสูงมากตามเวลาที่เปิด ดังนั้นเขาจึงแทบไม่ได้ใช้เลยถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เขาตัดขาดกับโลกภายนอก มีเพียงสิ่งเดียวที่เขายังเกี่ยวเขาไว้กับโลกภายนอก นั่นก็คือ การยกหูโทรศัพท์แจ้งด้านบน ว่าเขากำลังทำกิจกรรมใดอยู่ เขาจะโทรศัพท์รายงาน ผู้สังเกตุการณ์บนพื้นโลก ในยามที่เขาทำกิจกรรมต่างๆ เช่น เมื่อตื่นนอน ทานอาหาร เข้านอน เป็นต้น

เมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีแสงเช้าค่ำ ไม่มีอะไรเคลื่อนไหว เวลาดูเหมือนเดินเร็วกว่าที่คิด

เมื่อเขาใช้ชีวิตในความมืดที่ไร้เครื่องบอกเวลา เขาพบว่า การประเมินช่วงเวลาระหว่างสองเหตุการณ์ มีความผิดปกติ เช่นเมื่อเขาโทรแจ้งว่าตื่นนอนแล้ว หลังจากนั้นประมาณชั่วโมงเขาเริ่มกินข้าว เมื่อเขาเริ่มกินข้าวเช้า เขาโทรแจ้งอีกที และนักวิทยาศาตร์ก็บันทึกเวลา และช่วงห่างตั้งแต่ตื่นจนเขาเริ่มทานอาหาร ซึ่งปรากฎว่ายาวกว่าหนึ่งชั่วโมงตามที่มิเชลล์คิดมากโข เวลาในหัวของมิเชลล์สั้นกว่าความเป็นจริง 

เวลาเป็นสิ่งที่ร่างกายคนเราวัดไม่ได้ ร่างกายคนเรามีเครื่องวัดหลายอย่าง ผิวเราวัดอุณหภูมิ วัดการสั่นสะเทือน วัดการเคลื่อนไหว ตาเราวัดคลื่นแสง  หูเราวัดขนาดของเสียง..แต่เรา มนุษย์ไม่มีอวัยวะใดที่วัดเวลาได้อย่างแม่นยำ..เราต้องพึ่งสิ่งภายนอกในการบอกเวลาให้เรารู้

1007981239630053

มีครั้งหนึ่งเมื่อทานข้าวเที่ยงเสร็จ เขารู้สึกเพลีย จึงงีบนอน เมื่อตื่นขึ้นมาเขาแจ้งไปด้านบน ว่าได้งีบไปสั่ราวๆครึ่งชั่งโมง แต่ในความจริงคือ เขานอนไปแปดชั่วโมงเต็มๆ เขาหลงไปในเวลาเมือไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาทดลองเปิดแผ่นเสียงที่รู้ว่ามันมีความยาวสี่สิบนาที อย่างน้อยเขาสามารถประเมินเวลาได้จากการเริ่มและหยุดแผ่นเสียง แต่เมื่อแผ่นเสียงจบลง เงียบสงัด ไม่มีการเคลื่อนไหว เขาก็หลงในเวลาอีก เขาไม่สามารถบอกได้แม่นยำว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่

ความหลงและสับสนในเวลานั้น เกิดขึ้นในความคิดของเขา แต่ร่างกายเขากลับไม่หลง นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการติดอุปกรณ์วัดค่าต่างๆในร่างกายเขาไว้เพื่อบันทึก การเปลี่ยนแปลงของร่างกายในรอบเวลาในหนึ่งวันไว้ด้วย เพื่อศึกษาว่า ร่างกายเรามีนาฬิการ่างกายจริงหรือไม่ และมันเดินคงที่หรือไม่ 

น่าประหลาดว่า ร่างกายเขาไม่ได้หลงเวลา ร่างกายยังทำตัวเหมือนว่าหนึ่งวันมียี่สิบสี่ชั่วโมง ร่างกายโดยอัตตโนมัติ ยังคงทำงานตามรอบของมัน ปล่อยน้ำย่อย ผลิตสารต่างๆ ตามแผนเวลาปกติเหมือนยามที่เขาอยู่บนดิน มีแสงแดด และรู้เวลา..เขายังคงตื่นนอนเฉลี่ย สิบหกชั่วโมง และนอน แปดชั่วโมง รอบเวลาหนึ่งวันที่ร่างกายเขาทำงาน ผิดเพี้ยนไปไม่เกิดครึ่งชี่วโมงต่อวัน นั่นคือร่างกายเขา แต่ในหัว เขาสับสนเรื่องเวลาอยู่ตลอด

infinity_loop

14 กันยายน ปีเดียวกัน เขาถูกนำขึ้นมาจากใต้ดิน เขาบันทึกไว้ว่า วันที่คนนำเขาขึ้จากใต้ดินคือวันที่ 20 สิงหาคม ซึ่งแสดงว่าเขานับเวลา ช้า ไปกว่าจริงราวๆ ยีสิบห้าวัน (จากประมาณหกสิบวัน) ต่อมาในปี  2515 เขาทำการทดลองซ้ำอีกที คราวนี้เขาตั้งเป้าจะอยู่ใต้ดินนาน 205 วัน โดยมีองค์กรนาซ่า เป็นหน่วยวิจัย และเมื่อการทดลองจบลง เขานับวันหายไปถึงหกสิบวัน

มีคนทดลองอีกหลายคน และได้ผลคล้ายๆกัน สามารถสรุปเป็นข้อสังเกตุได้ว่า เมื่อคนเราอยู่ใต้ดิน มืด ไร้เครื่องบอกเวลา ไร้สิ่งให้จังหวะ ในตอนแรกร่างกายจะเริ่มปรับตัว จากนั้นจะอยู่ในวงจรวันที่มีความยาวค่าหนึ่ง ซึ่งมักจะยาวกว่าวันหนึ่งจริงๆเล็กน้อย ตั้งแต่ยี่สิบสี่ชั่วโมงกว่าๆ จนยี่สิบหกชั่วโมง เมื่อร่างกายปรับตัวแล้ว ร่างกายจะคงรักษาจังหวะหนึ่งวัน (ที่ร่างการทำสิ่งต่างๆเช่นการควบคุมฮอร์โมน การปรับความดันเลือด) ไว้คงที่ได้ดีเลิศ ในระดับผิดพลาดเพียงไม่กี่นาทีต่อหนึ่งรอบวันนั้นๆ แต่แม้ว่าร่างกายจะทำงานคงที่ แต่เวลาในหัวของเขากลับไม่แน่นอน ยาวสั้นบอกไม่ได้ เขาสับสนว่าเขาอยู่ในชั่วโมงไหนของวัน เขาสงสัยและไม่มั่นใจว่า ตั้งแต่เขาตื่นจนเริ่มทานช้าว มันผ่านไปสิบนาที หรือ ครึ่งชั่วโมง….นั้นคือเวลาในหัว มันไม่ทำงานเป็นอันเดียวกับ เวลาร่างกาย หรือ เวลานาฬิกา

illus087

เวลาอิงกับการเคลื่อนไหว

เวลาร่างกายขึ้นกับการสั่งงานจากระบบประสาท สมอง ด้วยตารางการสั่งงานที่แม่นยำ แต่ในขณะเดียวกัน เวลาในความคิดนั้นกลับไม่แม่นยำ มันขึ้นกับบางสิ่งบางอย่าง สิ่งนั้นคือ การเคลื่อนไหวหรือ การมีอะไรเกิดขึ้นให้เห็นถ้าเราอยู่ในที่ๆไม่มีอะไรเคลื่อนไหว (แม้กระทั่งร่างกายเราเอง เช่นการกระดิกนิ้วเป็นจังหวะ) เราจะเริ่มนับเวลาไม่ถูก เพราะไม่มีอะไรมาอ้างอิง เรารู้ว่า เราใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงในการหุงข้าว สิบนาทีในการเจียวไข่ เพราะเราอ้างอิงการเคลื่อนไหวในกิจกรรมนั้นๆเทียบกับเวลาของนาฬิกา เมื่อเราทำไข่เจียวในครั้งต่อไป เราก็จะประมาณเวลาได้ เนื่องจากเราเห็นการเคลื่อนไหวของเราในการทำ และ เทียบเคียงกับความทรงจำในเวลานาฬิกาที่ใช้ไป.. หากแต่ถ้าไม่มีการเคลื่อนไหว เราอยู่นิ่งๆ เราจะไม่มีอะไรแสดงการผ่านไปของกิจกรรม เราเทียบเคียงกับคลังความจำไม่ได้ ดังนั้นเราจึงบอกเวลาคลาดเคลื่อน

เมืออยู่ในสมาธิ เวลาจึงผ่านไปเร็ว

op

วงจรเวลาของแต่ละคนไม่เหมือนกันขึ้นกับพันธุกรรม และ พฤติกรรมซ้ำๆ คนที่นอนดึกตื่นสาย มักเกิดจากร่างกายมีโปรแกรมอย่างนั้น ดังนั้นเราจึงต้องทำใจยอมรับว่า บางคนเป็นนกฮูก (นอนดึกตื่นสาย) บางคนเป็นนกกระจอก (นอนไว้ตื่นเช้า) ดังนั้นบางคนจึงตื่นยาก มันฝืนร่างกายเหลือเกิน หรือ บางคนทำงานกลางคืนได้ดีกว่ากลางวัน ลองสำรวจวงจรดู คุณอาจเป็นพันธ์นกฮูก (และนั่นเปลี่ยนยากมาก)

นาฬิการร่างกายอยู่ที่ไหน..อยู่ในเซลทุกเซลล์ เหมือนทุกเซลล์มีนาฬิกาทราย เมื่อครบรอบก็คว่ำใหม่ สลับไปมาไม่หยุด ตับสามารถแลกเปลี่ยนข้อมู่ลเวลากับอวัยวะอื่นได้ด้วย เป็นไปได้เพียงนั้น แต่ถ้าทุกเซลล์มีนาฬิกา แน่นอนมันต้องมีวันเดินเพี้ยนจากกัน แล้วเกิดอะไรขึ้นเมื่อมันเพี้ยนกัน ร่างกายไม่งงแย่รึ แต่เรื่องนี้็ธรรมชาติก็ได้คิดไว้แล้ว และให้เราทุกคนมีนาฬิกากลางไว้คนละเครื่อง เรามีนาฬิกากลางอยู่คนละอัน อยู่เหนือสันจมูก ลึกลงไปในสมองของเรา  มันทำหน้าที่ รีเซต นาฬิกาย่อยๆในเซลล์ครับ แล้วมันเซตได้อย่างไรล่ะ

ในรอบหนึ่งของวัน ประมาณยี่สิบสี่ขั่วโมงแตกต่างกันไปตามบุคคล ไม่เกินครึ่งชั่วโมง และ รอบนี้จะคงที่สำหรับคนๆหนึ่งตลอดอายุขัย ผิดเพี้ยนในหลักนาทีเท่านั้น ที่น่าทึ่งคือแม้เราตายแล้ว นาฬิการ่างกายยังคงทำงานต่อไปได้อีกระยะ แม้ว่ารอบของเราจะยาวกว่าวันจริง ไม่เป็นปัญหา ทุกเช้า เราจะเซตนาฬิกาใหม่ ขึ้นรอบใหม่ได้ ด้วย..แสงแดด เมื่อนาฬิกากลางที่อยู่บริเวณลึกลงไปในสมอง แถวๆเหนือสันจมูกต่อเนื่องกับหนังตา ได้รับแสงแดด มันจะเริ่มกระตุ้นการทำงานของนาฬิกากลางให้เริ่มวงจรวันใหม่ของร่างกาย….

เวลาที่สมองทำงานแก้ปัญหาได้ดีคือช่วงสิบโมงกว่าๆ เวลาบ่ายๆ เป้นเวลาเหมาะสำหรับงานรูทีนที่ไม่ต้องใช้ความคิดมากนัก การนอนหลังอาหารสักสิบนาที ช่วยให้การทำงานดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เวลาที่เหมาะจะมีเซกส์คือช่วงเช้า (แต่คนเรามักมีตอนกลางคืน) ห้าโมงเย็นเหมาะที่จะออกกำลังกาย

 

strangeloop_piano_roll

 

เวลาที่หยุดนิ่ง

HM เป็นผู้ป่วยในอเมริกา นักวิทยาศาสตร์บันทึกทดลองอาการของเขาต่อเนื่องนานหลายปี เขาไม่มีความจำ ถ้าคุณเจอเขา แล้วออกจากห้องไปห้านาที เมื่อกลับเข้ามาใหม่ เขาจำคุณไม่ได้ และทักทายคุณเหมือนไม่เคยเจอกันมาก่อน สิ่งที่เขาได้ยิน ที่เขาพูด เมื่อผ่านไปสองสามนาที เขาก็ลืมหมด..แต่ความสมัยเด็กยังมี เขามีความจำจนถึงเวลาอายุหนึ่ง จากนั้นก็ขาดหายไป เขาใช้ชีวิตแค่ในปัจจุบันล้วนๆ อดีตและอนาคตไม่มีค่าหรือความหมายใดๆสำหรับเขา คนทั่วไปมองชีวิตเหมือนหนัง คือมีแผ่นฟิลมต่อนต้น ตอนนี้ และตอนต่อไป ต่อเนื่องกันไป แต่สำหรับเขา ชีวิตเหมือนแผ่นฟิลม์ที่สะเปะสะปะ เป้นชิ้นๆ ไม่ต่อเนื่อง สำหรับเขา ทุกๆขณะ มีความรู้สึกเหมือน “พึ่งตื่นจากฝัน” เสมอ…เขานับเวลาได้ไม่เกินยี่สิบวินาที หรือ สามสี่อึดใจ สำหรับเขา คอนเซปเรื่องเวลาเป้นเรื่องที่เขาไม่เข้าใจ…เขาผ่าตัดสมองและไปกระทบกับส่วนที่ควบคุมเรื่องความจำ..จึงเป็นเช่นนี้

อะไรคืออดีต ปัจจุบันยาวนาวเท่าไหร่ วินาที นาที หรือ เท่าไหร่ อนาคตต่อกับอดีต ตรงปัจจุบัน ปัญหาคือ ปัจจุบันนั้นกินเวลาเท่าไหร่ อะไรคืออะตอมของเวลา

สวัสดี

October 17

ไทเกอร์เบเบี้

 

วันก่อนเจอเพื่อนเซนต์ ไม่เจอมาหลายสิบปี เจอเพราะการเตะบอลนั้นเอง..ดูหน้าตาแล้วก็ไม่เปลี่ยนไปมาก จากสมัยเป็นลูกเสือ

ตอนนี้เป็นพ่อเสือกันหมดแล้ว..อิอิ เลยเอารูปมาโพส ย้ำเตือนอดีต ว่านานแล้วจริงๆ อิอิ

เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเห็นลูกเสือนะ ไม่รู้ยังมีเรียนไหม หรือว่าเขาเลิกกันแล้ว

pic190 

เห็น Strangeloop ไหมครับนั่งไหน..

อิอิ

สวัสดี

October 14

คำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ

ไฟดับ อ้าว หมดกัน

ร้อน

ทำงานก็ไม่ได้..เห้อ

เหงื่อเริ่มหยด..

ร้อน

 

************************

 

 

จดจ่อแน่วแน่ รู้เนื้อรู้ตัว มีสตินั้น ต้องมีความตั้งใจแน่วแน่แค่ไหน

เปรียบเสมือนเราอยู่กลางทะเล มีมือที่มองไม่เห็นกดหัวเราจมน้ำ ขาดอากาศ ทุรนทุราย

ความแน่วแน่ ความตั้งใจ ในการโงหัวขึ้นเพื่อหายใจ มีเท่าไหร่

ก็เท่านั้นแหละ

ที่ใช้ในการดำรงสติในทุกขณะ

ที่ว่ายากคือเท่านี้ ที่ว่าง่ายก็คือเท่านี้

Sacred%20Geometry

เมื่อมีสติเห็นความคิด
มองมัน ยึดมัน แน่วแน่กับมัน ไม่ตัดสิน ไม่ตกใจ ไม่ชอบ ไม่ชัง
ดูมัน เรื่อยๆ
ดูการเปลี่ยนแปลง

อะไรเปลี่ยนแปลง

 

ความคิดเป็นนามธรรมหรือรูปธรรม
ใครเคยเห็นความคิดได้บ้าง ใครเคยชั่งน้ำหนักมัน
หรือหาที่อยุ่ให้มันบ้าง
มันเป็นอะไรกันแน่ กินเนื้อที่หรือเปล่า

ความคิดทุกความคิดล้วนมิใช่ของๆเรา
ความคิดทุกความคิดล้วนจบลง และ เกิดใหม่ ซ้ำๆ
จนดูเหมือนเป็นกระแสความคิดเดิม อันเดิม
ความคิดมีฐานคือความจำ

ความจำคือชุดข้อมูลที่สมองบันทึกด้วยเคมีในหัว
ไม่ใช่ของจริง
สิ่งที่เราเรียนรู้ด้วยคำพูด ด้วยอักษร ล้วนเป็นความจำ
ล้วนผิดพลาดได้ ล้วนไม่จริง

 

20081107_loop

ทดสอบ
ตื่นเช้า
แวบแรกคิดอะไร
แวบแรกมีเราไหม
โลกใหม่

เดจาวู
นี่เคยเกิดขึ้นแล้ว
พูดกับคนนี้แบบนี้
คนนี้ตอบมาแบบนี้
ที่นี่
เคยเกิดขึ้นแล้วนี่นา

วูจาเด

 

infinityloop_unity360x

 

ถ้าโลกเพิ่งมีเมื่อห้านาทีก่อนนี้ละ
สิ่งที่เรารู้ที่เราจำได้
เหมือนทอดยาวย้อนอดีตไปหลายสิบปี
แต่ถ้ามันเพิ่งถูกบันทึกในสมองเมือห้านาทีมาแล้วล่ะ
จะบอกได้อย่างไรว่าไม่จริง

 

ถ้าโลกเกิดขึ้นทุกขณะจิตล่ะ

..ดับ
เกิด..
ดับ..
เกิด..

ตามชอยส์แต่ละชอยส์ที่เราและคนทั้งโลกเลือกในแต่ละขณะ
พาราเรลล์ยูนิเวอร์ส กลายเป็น ยูนิคยูนิเวอร์
เพราะออฟเซิฟเวอร์
เลือกชอยส์
คอลแลปคลื่นเป็นวัตถุ
..ควันตัม รีโซลว์ฟ

สมองก็เป็นแค่เครื่องมือหลอกเรา..
ว่ามีอดีต
มีอนาคต
จุดประสงค์คือ
ให้มีแรงกระตุ้นในการดำรงอยู่

บ้า

 

Under Construction

ถ้าเราสามารถไปอยู่ในร่างคนอื่นได้ล่ะ
จะคิดเหมือนเขาไหม
จะด่าเขาไหม
จะรักเขาไหม

คนตาย ร่างกายหยุด
เราหยุด

อะไรไม่หยุด

สิ่งที่ไม่เคลื่อน แต่ไม่นิ่ง
สิ่งนั้นไม่หยุด
สิ่งนั้นไม่เริ่ม

เมือนำคลื่นเสียงมากระทบทรายที่โรยเป็นบางๆบนโต๊ะ
ที่คลื่นหนึ่ง จะทำให้ทรายมีรูปแบบหนึ่ง
จิตเราเป็นเช่นนั้น
ใช่หรือไม่

 

ถ้าวันหนึ่งตื่นขึ้นมาพบว่า
ใดๆล้วนเป็นความฝันล่ะ
เหมือนเราตื่นจากฝันยามเช้า..

ถ้าเราตื่นจากฝันชีวิตล่ะ
อะไรจะเกิดขึ้น

ชีวิตจะยังน่ากลัว น่าทุกข์ น่าสุขไหม
เราจะยังเอาจริงเอาจังกัน
ขนาดนี้หรือไม่

 

8_knot

ทำไมเราไม่บรรลุ

ทำไม

เพราะมันไม่มีอะไรให้บรรลุ เพราะมันไม่มีใครให้บรรลุ
แค่ใช้ชีวิต โดยรู้ว่าชีวิตคืออะไร
คือฝัน
คือมายา
ซ้ำๆย้ำๆไม่รู้จบ
ขณะนี้ๆๆๆๆๆๆ

เมื่อละร่างกายและความเป็น "ฉัน" ได้
เราใยมิต่างกับต้นไม้สายน้ำโลกแมลงก้อนหินลมไฟธาตุ
มิใช่หรือ
ตั้งอยู่และดับไปเป็นนิจสิน

อะไรตั้งอยู่อะไรดับ

อะไรที่รู้ว่า อะไรดับและอะไรตั้งอยู่

 

อะไรละ ที่ "ละ" ตัวฉัน
ใครเป็นคน "ละ"

ละ แล้ว
คนที่ละ หายไปไหม
หรือยังอยู่
อยู่ภูมิใจ
ว่า ละ แล้ว
พาราดอกซ์

ต้อง "ทำเอง"
จึง "รู้"

 

3_infinite_reflection

นกรู้ได้อย่างไร ว่าต้องบินตามคลื่นแม่เหล็ก
ปลารู้ได้อย่างไรว่าต้องว่ายตามกระแสน้ำเย็น น้ำอุ่น
ปลาหมึกทำได้อย่างไร ปลอมตัว
ทำไมผึ้งและมดถึงทำงานไม่รู้จักตายเพื่อองค์รวม
สิ้นสุดเอกภพอยู่ไหน ด้านนอกของขอบที่ว่าสิ้นสุดคืออะไร
โมเบียส ไม่มีสิ้นสุด และไม่มี "ข้างนอก"
จักวาลเป็นโมเบียส?

*************************

ยังไม่มา

ดับนานเชียว

ไฟดับ คอมดับ เลยฟุ้งซ่าน...

คำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ

Watch Sand Pattern resulting from sound at below address

 http://www.youtube.com/watch?v=EQPMhwuYMy4&feature=related

Watch ปลาหมึกแปลงกาย ตามลิงก์ข้างล่าง

http://www.youtube.com/watch?v=ckP8msIgMYE

สวัสดี

September 29

Moon River & Audrey's beautiful eyes

 

Two drifters off to see the world.
There's such a lot of world to see.

คู่สอง ลอยล่อง ตามชะตา 

ออกตามหา โลกแท้ ที่มีหลายใบ…


 

 

Moon River, wider than a mile,
I'm crossing you in style ….Some day.

Oh, dream maker, you heart breaker,
wherever you're going I'm going your way.

Two drifters off to see the world.
There's such a lot of world to see.

We're after the same rainbow's end--
waiting 'round the bend,
my huckleberry friend,
Moon River and me.

 

audrey-hepburn-10-Most-Beautiful-Ey.jpg image by rocky-10

ฟังได้ที่หน้าหลักนะครับ

 

"Moon River" เป็นเพลงธีมประกอบภาพยนต์เรื่อง Breakfast at Tiffany's ในปี คศ 1961 ซึ่งในภาพยนต์ร้องโดยดาราสาว ที่ดวงตาสวยที่สุด ออเดรย์ แฮปเปิ้ล ได้ดูแล้ว เป็นหนังที่ล้ำยุคมาก ว่าด้วยเรื่องคนรุ่นใหม่ค้นหาความหมายชีวิตในเมืองใหญ่..ใครไม่เคยดูและเป็นคอหน้ง แนะนำให้หามาดู โดยเฉพาะคนที่ชอบ วิโนน่า ไรเดอร์ อยากให้เห็นออเดรย์ ในเรื่องนี้ คล้ายกันมาก

เป็นเพลงที่ถูกนำมาขับร้องใหม่หลายสิบหน ทั้งนักร้องดังๆ อย่าง แอนดี้ วิลเลี่ยม แฟรค์ ซินาตร้า หลุยส์ อาร์มสตรอง และอีกมากมาย เวอร์ชั่นที่นำมาแปะไว้ในเสปซนี้ เป็นเวอร์ชั่นของ นักร้องสาว ono lisa ซึ่งนำมาขับร้องแบบแจสเล็กน้อย

 

 

เนื้อโดย Johnny Mercer ทำนองโดย Henry Mancini 

ผมชอบเนื้อเพลงนะ ฟังแล้วมัน ทั้งเวิ้งว้าง ทั้งสัจธรรม

สวัสดี

 
Misc  
Photo 1 of 1
More albums (47)


แวะมาแล้ว อยากเขียนอะไร ตามสบายนะครับ  รถไฟฟ้ามาหานะเธอ ท่าทางทำเอาสาวๆกรี๊ดกันมาก แต่บิ๊กจิ๋วทำเสียมู๊ดหมด ใกล้ลอยกระทงแล้วนะครับ หาที่หาทางหาคนไปลอยด้วยหรือย้ังครับ   เปลี่ยนบรรยากาศมาฟังเพลงญี่ปุ่นสมัยก่อนบ้างนะครับ 

เพลง  ชื่ออะไรไม่รู้ แต่เป็นเพลงปิดท้ายการ์ตูนซีรีย์ หน้ากากเสือ  สมัยสามสิบกว่าปีก่อน ดูตอนเป็นเด็ก นำมาฟังใหม่ ก็จำได้ดี ประทับใจครับ 

สวัสดี 

 
 

Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
Happy'swrote:
สวัสดีคะ
3 days ago
ดอกบัว
 
ดั่งดอกไม้บาน
Oct. 31

 

พี่ปูๆๆๆๆ ว๊าหลับไปแระ ผิดหวัง

 

 

Oct. 24

 

เข้ามาทิ้งร่องรอยแล้วจะตามมาอ่านบลอคอีกครั้ง

ชีวิต ณ.เวียดนามยัง แจ่มแจ๋ว ดีอยู่หรือเปล่าค่ะ

 

Oct. 18
NuNing Nakawrote:
เมื่อกี้จู่ๆฝนก็ตกปรอยๆลงมาค่ะ
พอฝนหยุดแดดก็ออก
แดดสวยม๊ากกกกกก มาก
ที่ต้นมะม่วงหน้าบ้าน นกกระจอกบินเข้ารังค่ะ
 
 
Oct. 16
อ๊ะๆๆ เลียนแบบบบบ
Oct. 13
ฟัง Moon River ซะหลายเที่ยว
ไล่อ่านบลอคตั้งมากมาย
เวียดนามยังไม่เคยไป ดูแล้วยุ่งเหยิงดี
แต่อาหารการกินนี่น่าลอง

แต่โดยส่วนตัวชอบ ลาวมากกว่าครับ
ไปมาหลายครั้งแล้ว แต่ทุกครั้งที่ไปก็ต่างอารมณ์กันเสมอ
เวียดนามทุกย่างดูๆไปแล้ว ไม่ต่างจากบ้านเราเท่าไร

ปลีกตัวจากกองงานยุ่ง มาทักทายพี่ปูครับ
 
 
 
Oct. 13
paipoowrote:

คิดถึงนะคร้า

Oct. 12
Le tempswrote:
มาฟังมูนริเวอร์แหละพี่ปู ^ ^
Oct. 12
มาดูว่ามีอะไรใหม่บ้าง
แต่ก็ไร้ความาเคลื่อนไหว
สวัสดีตอนค่ำค่ะพี่ปู
Oct. 10

 

ขอบคุณพี่ปูนะคะ ที่แวะไปเยี่ยม
 ยังตามอ่านบลอคพี่ปูและเพื่อนบ้านอยู่เสมอคะ
 เพียงแต่ไม่ได้ทิ้งร่องรอยไว้ให้ทราบ
 ยุ่งกับงาน กับการเรียนของลูก และ
 สมองอับเสบอย่างแรงจากลูกเล็กทั้งสองคนอีก
 หมดวันหมดแรงคะพี่

 พายุกฤษณามาถึงเชียงใหม่แบบเชื่องช้า โดนหางๆเท่านั้นแหละคะ
 แต่ทางพี่ปูนี่ หนักหนานี่คะ  พี่ปลอดภัยดีนะคะ 

 เพลงเพราะมากคะพี่
 

Sept. 30
Sept. 27
ALL my eyes
If I have ten eyes
All eyes see you through your hart
My love forever.
 
Fly Dream
Night dream, night sweet
I fly free around the sky
Look like butterfly.
 
09/09/2009
Nine, nine, zero nine 
Good time, good day forever
Wish you happy life.
 
สามบทกลอนนี้ ชอบอันไหน?
พี่แต่งเอง
ให้ทุกๆคน
เราเพื่อนกันนะ 
Sept. 18
Sept. 9
paipoowrote:
สวัสดีวันที่ 9 เดือน 9 ปี 09 น่าคร่า
Sept. 9
ทักว่าเพราะเราเลยรีบเปลี่ยน
อิอิ
เอาเพลงใหม่ล่าสุดๆๆๆๆมั่ง
Sept. 7
Le tempswrote:

เพลงเพราะค่ะ

 

คิดถึงพี่ปูนะ

Sept. 7
อยากบอกว่าชอบเพลงในนี้
ฟังแล้วเหม่อๆ
Sept. 5
Sept. 4
Aug. 26
by 
by